รวมอย่างกลมกลืนกลุ่มคนหลากหลายเชื้อชาติเหล่านี้ได้เข้ามาสร้างรากฐานและสืบทอดวัฒนธรรมร่วมกันจนกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียว ซึ่งแหล่งข้อมูลใช้คำว่าเป็นการผสมผสาน อย่างกลมกลืน จนเกิดเป็นวิถีชีวิตเฉพาะตัวของคนเมืองนนท์
ผลลัพธ์ของรากฐานวัฒนธรรมการรวมตัวของกลุ่มชนชาติต่าง ๆ นำไปสู่
การเกิดมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ได้แก่ แหล่งเครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญ: ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาโดดเด่นของจังหวัด
ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย ที่เกิดจากการสั่งสมความรู้ของคนหลายกลุ่ม
จิตวิญญาณแห่งเมืองนนท์ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่เทศบาลนครนนทบุรีพยายามสืบสานผ่านพิพิธภัณฑ์จังหวัด
หมายเหตุเพิ่มเติม แม้ในแหล่งข้อมูลจะไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ตามประวัติศาสตร์ทั่วไปของนนทบุรี (ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้มาจากแหล่งที่มาโดยตรง) เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวมอญมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐาน
เรื่องเครื่องปั้นดินเผา และมีกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามามีบทบาทในด้านการค้าขายในฐานะเมืองท่า
เทศบาลนครนนทบุรี เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการเป็นศูนย์กลางประชากรและผู้รักษาประวัติศาสตร์ของจังหวัดนนทบุรี โดยมีประเด็นที่น่าสนใจจากการรวบรวมข้อมูลในแหล่งที่มาดังนี้
1. สถานะและการเป็นเทศบาลนครที่ใหญ่ที่สุดในไทย
ความเป็นเมืองหลัก: เทศบาลนครนนทบุรีตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนนทบุรี เป็นเมืองหลักของจังหวัดและเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ความหนาแน่นของประชากรด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า 250,000 คน ทำให้ที่นี่ครองตำแหน่งเทศบาลนครที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีอาณาเขตติดต่อกับกรุงเทพฯ และทำหน้าที่เป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมืองชานเมือง
2. บทบาทในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
การริเริ่มพิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรีในปี พ.ศ. 2552 เทศบาลนครนนทบุรีได้มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำการปรับปรุงอาคารส่วนหน้าของศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า เพื่อจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี การสืบสานจิตวิญญาณแห่งเมืองนนท์ วัตถุประสงค์หลักของเทศบาลในการสร้างพิพิธภัณฑ์คือ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสืบสานจิตวิญญาณแห่งเมืองนนท์ โดยจัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเครื่องปั้นดินเผา และความรู้ด้านสถาปัตยกรรมไม้ที่งดงาม
3. การดูแลพื้นที่ประวัติศาสตร์และบริการสาธารณะ
การบริหารจัดการอาคารประวัติศาสตร์ พื้นที่ศาลากลางเก่าบริเวณท่าน้ำนนทบุรี ซึ่งเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นที่มีสถาปัตยกรรมแบบคิงส์คอลเลจ (King’s College) และลายไม้ฉลุที่วิจิตรบรรจง ได้รับการดูแลให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน
การปฏิบัติงานในพื้นที่จากภาพถ่ายจะเห็นว่าพื้นที่บริเวณศาลากลางหลังเก่านี้ นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังคงมีการใช้งานโดยหน่วยงานของเทศบาล เช่น งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (รถดับเพลิงของเทศบาลนครนนทบุรี) ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่เมืองหนาแน่นควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อาคารเก่า
โดยสรุป เทศบาลนครนนทบุรีไม่เพียงแต่บริหารจัดการเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศ แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านอาคารประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจถึงรากเหง้าของตนเองจากแหล่งข้อมูลรูปภาพและประวัติการสนทนาของเรา ไม่มีการระบุชื่อชนิดไม้ที่ใช้อย่างเจาะจงในอาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า แหล่งที่มาแสดงให้เห็นเพียงลักษณะทางกายภาพว่าเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่มีการใช้ไม้ฉลุ (Fretwork) ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงตามระเบียงและชายคาเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากอ้างอิงจากข้อมูลสถาปัตยกรรมไทยที่ผมได้กล่าวถึงในประวัติการสนทนาก่อนหน้า (ช่น พระที่นั่งวิมานเมฆ และข้อมูลจากความรู้ทั่วไปซึ่งไม่ได้ปรากฏในแหล่งที่มาหลัก มีไม้ที่นิยมนำมาทำไม้ฉลุในไทยดังนี้
ไม้สัก (Teak)เป็นไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับงานไม้ฉลุแบบเรือนขนมปังขิงในไทย เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความทนทานสูงต่อสภาพอากาศและปลวก ทั้งยังมีเนื้อไม้ที่ละเอียดและไม่แตกหักง่ายเมื่อต้องนำมาฉลุเป็นลวดลายที่ซับซ้อนและโปร่งบาง ไม้สักทอง มักใช้ในอาคารสำคัญหรือบ้านของชนชั้นสูง เนื่องจากมีความสวยงามของลวดลายไม้และถือเป็นไม้มงคลไม้เนื้อแข็งอื่น ๆ เช่น ไม้ตะเคียน หรือไม้แดง อาจมีการนำมาใช้ในส่วนโครงสร้าง แต่สำหรับงานฉลุลายที่ต้องการความประณีตสูง ไม้สักยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง








