วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569

เจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ(ทัด บุญนาค)

 





Old Thai Nobility by Puyana


การวิเคราะห์ประวัติของวัดพิชยญาติการามวรวิหาร (หรือที่มักเรียกสั้น ๆ ว่า วัดพิชัยญาติ) จากแหล่งข้อมูลที่ปรากฏ สามารถสรุปประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงบทบาทของตระกูลบุนนาคและความสัมพันธ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ดังนี้

1. การเปลี่ยนสภาพจากวัดร้างสู่พระอารามหลวง วัดพิชัยญาติมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นวัดร้างในเขตคลองสาน ซึ่งอยู่ใกล้กับนิวาสสถานหรือที่อยู่ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) ท่านได้เริ่มทำการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2372 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์ฯ) เมื่อบูรณะเสร็จสิ้นแล้ว ท่านได้น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง ซึ่งแสดงถึงความศรัทธาในบวรพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการเสริมสร้างบารมีของตระกูลในย่านที่พำนัก

2. นามพระราชทานที่สะท้อนถึงบารมีของผู้สร้าง ชื่อของวัดมีการเปลี่ยนแปลงตามรัชสมัย ซึ่งสะท้อนถึงการรับรองบทบาทของท่านทัต บุนนาค จากองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า วัดพระยาญาติการามเพื่อสื่อถึงชื่อและตำแหน่งของผู้สร้างในขณะนั้น รัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนนามใหม่เป็น วัดพิชยญาติการามวรวิหาร ซึ่งเป็นนามที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

3. ศูนย์กลางแห่งความทรงจำของสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นอนุสรณ์สถานสำคัญที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของท่านทัต บุนนาค ไว้หลายประการ สถานที่ประดิษฐานรูปเคารพและโบราณวัตถุภายในวัดมีพระรูปของท่าน รวมถึงเครื่องใช้ส่วนตัวที่สำคัญ เช่น เตียงบรรทม ของท่านที่ถูกเก็บรักษาไว้ สถานที่ประกอบพิธีสุดท้ายเมื่อท่านถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ. 2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดพิชัยญาติการามแห่งนี้ด้วย

4. นัยสำคัญทางภูมิศาสตร์และอำนาจ การสร้างวัดใกล้กับนิวาสสถานในเขตคลองสาน (ฝั่งธนบุรี) เป็นการตอกย้ำถึงการแผ่อิทธิพลของตระกูลบุนนาคในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่านและพี่ชาย (สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์) ย้ายมาตั้งบ้านเรือนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2361 หากจะใช้อุปมาอุปไมย วัดพิชัยญาติ เปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งศรัทธาและอำนาจที่ท่านทัต บุนนาค ได้จำหลักไว้

บนแผ่นดิน เป็นสถานที่ที่หลอมรวมระหว่างประวัติศาสตร์ของปัจเจกบุคคล ความรุ่งเรืองของตระกูลบุนนาค และความเลื่อมใสในพุทธศาสนาให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างถาวร ากแหล่งข้อมูลที่ปรากฏ ผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นช่างถ่ายรูปในกรุงเทพฯ ยุคแรกที่มีความสามารถและมีโอกาสได้ถ่ายรูป ทัด บุนนาค (ในขณะที่ท่านยังดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีพิพัฒน์) ด้วยระบบดาแกโรไทพ์ มีอยู่ 2 ท่านหลัก ๆ คือ

1. ท่านสังฆราชปาเลอกัว (Bishop Pallegoix)

2. นายโหมด มหาดเล็ก หรือต่อมาคือ พระยากระสาปนกิจโกศล ข้อมูลจากหนังสือสยามประเภท ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ ระบุว่าในสมัยนั้นการถ่ายรูปยังเป็นการถ่ายลงบนแผ่นเงิน (ระบบดาแกโรไทพ์) ไม่ได้ถ่ายลงบนแผ่นกระจกหรือพิมพ์ลงกระดาษเหมือนในยุคต่อมา ซึ่งภาพถ่ายของสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยที่ถ่ายไว้ในครั้งนั้นยังคงมีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นต้นแบบให้หนังสือพิมพ์ต่างประเทศนำไปวาดเป็นภาพลายเส้นจนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นพระรูปของรัชกาลที่ 4 ในเวลาต่อมา สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) มีผลงานโดดเด่นอย่างยิ่งในฐานะ แม่กองสร้าง และผู้สถาปนาศาสนสถานและอาคารสำคัญหลายแห่งในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยสามารถระบุรายละเอียดตามที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลได้ดังนี้

1. การสร้างและปฏิสังขรณ์วัดสำคัญวัดพิชยญาติการามวรวิหารท่านได้ปฏิสังขรณ์วัดร้างเดิมในเขตคลองสานซึ่งอยู่ใกล้กับนิวาสสถานของท่านเมื่อปี พ.ศ. 2372 แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง ซึ่งรัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า วัดพระยาญาติการาม ก่อนที่รัชกาลที่ 4 จะพระราชทานนามใหม่ดังที่ใช้ในปัจจุบัน วัดประดู่ฉิมพลี: ท่านเป็นผู้จัดหาที่ดินบริเวณดงต้นงิ้วและดำเนินการก่อสร้างวัดนี้ในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 8 ปีจึงแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นวัดราษฎร์ที่มีความใหญ่โตและงดงามกว่าวัดทั่วไป วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารท่านได้รับหน้าที่เป็นแม่กองในการก่อสร้างวัดสำคัญแห่งนี้ วัดปทุมวนารามราชวรวิหารท่านเป็นแม่กองในการก่อสร้างวัดนี้เช่นกัน

2. สิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์และปูชนียสถาน พระปรางค์ภูเขาทอง วัดสระเกศท่านได้รับมอบหมายให้เป็นแม่กองในการสร้างพระปรางค์ภูเขาทองอันเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพมหานคร เจดีย์ขาว (เขาเมืองสงขลา)ท่านได้สร้างเจดีย์องค์นี้ขึ้นบนยอดเขาในเมืองสงขลาเพื่อเป็นอนุสรณ์หลังจากเสร็จสิ้นราชการปราบกบฏหัวเมืองมลายู โดยตั้งเคียงคู่กับ เจดีย์ดำ ที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (พี่ชาย) ได้สร้างไว้ก่อนหน้า

3. พระที่นั่งและสถาปัตยกรรมในพระบรมมหาราชวัง หมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ ท่านเป็นแม่กองในการก่อสร้างหมู่พระที่นั่งสำคัญนี้ในสมัยรัชกาลที่

4  พระที่นั่งไชยชุมพลเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ท่านเป็นแม่กองในการก่อสร้าง พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ท่านมีบทบาทในการกำกับการซ่อมแซมพระที่นั่งองค์นี้ 4. โครงการภูมิสถาปัตยกรรมและอื่น ๆ สวนนันทอุทยาน ท่านเป็นแม่กองในการสร้างสวนแห่งนี้ และเป็นผลงานสุดท้ายก่อนที่ท่านจะถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ. 2400  การต่อเรือนอกเหนือจากอาคาร ท่านยังมีความสามารถในเชิงช่างโดยเป็นผู้ต่อเรือบาร์จและเรือสกูนเนอร์

ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการติดต่อค้าขายถึงประเทศศรีลังกา หากจะใช้การเปรียบเปรยเพื่อให้เห็นภาพความสำคัญของท่าน ผลงานสถาปัตยกรรมของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติเปรียบเสมือน ลายเซ็นถาวรบนผืนแผ่นดินเพราะสิ่งก่อสร้างที่ท่านกำกับการสร้างไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อการใช้งานหรือการศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานถึงความรุ่งเรืองและฝีมือเชิงช่างชั้นสูงที่ค้ำจุนบารมีของราชวงศ์และแผ่นดินสยามมาจนถึงทุกวันนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น